ดอยคำ มอบผลิตภัณฑ์ “สารสกัดฟ้าทะลายโจร” และ “เครื่องดื่มกระชายสกัดเข้มข้นผสมน้ำผึ้งและมะนาว” แก่ สภากาชาดไทย ในสถานการณ์โควิด – 19

ดอยคำ มอบผลิตภัณฑ์ “สารสกัดฟ้าทะลายโจร” และ “เครื่องดื่มกระชายสกัดเข้มข้นผสมน้ำผึ้งและมะนาว” แก่ สภากาชาดไทย ในสถานการณ์โควิด – 19

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2565 บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำโดย นางชนันนัทธ์ พลปัถพี รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านขายและการตลาด) และนางสาวธนัญญ์พร วิทยากิตติพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด เป็นผู้แทนส่งมอบผลิตภัณฑ์ “สารสกัดฟ้าทะลายโจร” และ "เครื่องดื่มกระชายสกัดเข้มข้นผสมน้ำผึ้งและมะนาว" มูลค่ารวม 453,024.00 บาท (สี่แสนห้าหมื่นสามพันยี่สิบสี่บาทถ้วน) ให้กับสภากาชาดไทย โดยมีคุณเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย เป็นการช่วยเหลือ และสนับสนุนให้ผู้ป่วยโควิด – 19 ของสภากาชาดไทย

โรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่ง ของดอยคำ ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2565

โรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่ง ของดอยคำ ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2565

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ.2565 โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3 แห่ง ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อเป็นการเสริมสิริมมงคล และเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม ในเทศกาลวันสงกรานต์

โรงงานหลวงฯ ที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ :
เจ้าหน้าที่และพนักงานร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยแบ่งออกเป็น 2 จุดสรงน้ำพระ คือ ภายในโรงงานหลวงฯ ที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ และโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตร และโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ นายคฑาวุธ เลี่ยนเครือ ผู้จัดการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และพนักงานประจำโรงงานหลวงฯ ได้นำผลิตภัณฑ์น้ำดื่มดอยคำไปมอบ ให้แก่ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โรงงานหลวงฯ ที่ 2 (แม่จัน) จ.เชียงราย :
นำโดย นางสาวธนมนพร เตชะตน ผู้จัดการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 2 (แม่จัน) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และพนักงานประจำโรงงานหลวงฯ ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสในชุมชน ณ หมู่บ้านป่าห้า เพื่อความเป็นสิริมงคล และแสดงถึงความเคารพนอบน้อม ในการสืบสานประเพณีสงกรานต์ (ป๋าเวนีปี๋ใหม่เมือง) 2565

โรงงานหลวงฯ ที่ 3 (เต่างอย) จ.สกลนคร :
เจ้าหน้าที่และพนักงานประจำโรงงานหลวงฯ ร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในวันสงกรานต์ 2565

นอกจากนี้ ได้ร่วมแรงร่วมใจทำกิจกรรม 5 ส ร่วมใจทำความสะอาด พื้นที่บริเวณภายในและรอบโรงงานหลวงฯ ให้มีความสวยงาม และสะอาดตา

ดอยคำ สรงน้ำพระพุทธรูป-พระบรมรูปล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2565

ดอยคำ สรงน้ำพระพุทธรูป-พระบรมรูปล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2565

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ.2565 บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำโดย นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และพนักงาน ประจำสำนักงานใหญ่ ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล และเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม ในเทศกาลวันสงกรานต์ของไทย ซึ่งถือเป็นเทศกาลปีใหม่ของไทย ณ โรงอาหาร ชั้น 2 สำนักงานใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

“ข้าวแช่ดอยคำ สำรับไทยอย่างรักษ์โลก”

“ข้าวแช่ดอยคำ สำรับไทยอย่างรักษ์โลก”

ต้อนรับฤดูร้อนปีนี้ด้วย “ข้าวแช่ ดอยคำ” ภูมิปัญญาการรับประทานอาหารแบบฉบับไทยที่รังสรรค์อาหารคลายร้อน
เปิดฤดูร้อนนี้ “ดอยคำ” ชวนคุณเปิดประสบการณ์ข้าวแช่ที่ปรับปรุงจากตำรับโบราณ ที่พิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ขั้นตอนการทำที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด จนได้ข้าวแช่เลิศรส อร่อย สดชื่น

1 สำรับ สามารถรับประทานได้ 1 ~ 2 คน ประกอบด้วย
1. ข้าวขัด เมล็ดเรียวสวยจากข้าวหอมมะลิ ที่มีกลิ่นหอมของข้าวอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ในน้ำลอยมะลิและกระดังงาที่ลนไฟจนหอมชื่นใจ
2. ลูกกะปิ จากส่วนผสมและขั้นตอนการทำที่ละเมียดละไมเป็นพิเศษจนได้ลูกกะปิรสหวานเค็มอย่างลงตัว มีกลิ่นหอมของกะปิเคยแท้ จากทะเลหัวหิน
3. พริกสอดไส้หมูและกุ้ง ที่มีกลิ่นหอมของพริก ด้วยกรรมวิธีการทำเฉพาะตามตำรับโบราณ มีรสปะแล่มเผ็ดนิดๆ และหั่นเป็นคำๆ เมื่อทานพร้อมกับไส้ที่ปรุงและนวดจนได้ที่ จะทำให้พริกหยวกสอดไส้ ที่แตกต่างจากตำรับอื่นๆ ตามท้องตลาด
4. พริกแห้งบ้างช้างที่คัดพริกเม็ดสวย มีรถเผ็ดบางๆ สอดไส้ปลายี่สก ที่ให้เนื้อสัมผัส และรสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว อีกหนึ่งตำราที่หารับประทานยาก
5. หัวไชโป๊วผัดน้ำตาลโตนดกับหัวกะทิ ความหวานหอมของน้ำตาลโตนดกับความหอมมันจากกะทิสด ที่นำมาผัดกับหัวไชโป๊วซอยฝอย ให้รสชาติหวานแซมเค็มกลมกล่อมตรึงใจ
6. หอมแดงศรีสะเกษยัดไส้ปลาช่อนแห้ง ความหอมฉุน และรสหวานบางๆ ของหอมแดงเมื่อนำมายัดไส้ด้วยปลาช่อนนาตัวใหญ่ๆ ตากแห้งจากตำบลแม่ลา ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านจนได้หอม แล้วนำมาตำให้เนื้อปลาปุย ฟู ก่อนนำไปผัดกับเครื่องต่างๆ ปรุงรส แล้วจึงนำมายัดไส้หอมแดง แล้วจึงน้ำไปชุบแป้งตำรับโบราณแท้ๆ ทอดจนกรอบ อร่อย
7. หมูสับปลากุเราชุบไข่ทอด ด้วยส่วนผสมของหมูสับและปลากุเราหอม ที่บรรจงทำตามตำราชาวประมงพื้นบ้าน แล้วนำมาย่างเตาถ่านจนหอม แกะเอาแต่เนื้อ นำมาคลุกกับหมูสับที่ได้สัดส่วนกำลังดี ให้ได้รสชาติเค็มและกลิ่นหอมปลากุเรากรุ่นอยู่ในปาก ก็จะเป็นกับข้าวแช่ที่มีรสต่างจากกับข้าวแช่ อื่นๆ
8. หมูฝอย หรือ เนื้อฝอย เมนูที่ขาดไม่ได้สำหรับสำรับข้าวแช่ หมูฝอยและเนื้อฝอยนุ่มหนึบเป็นเอกลักษณ์ โรยด้วยหอมเจียวหอมๆ
ตัดเลี่ยนด้วยแตงกวา หรือ มะม่วงดิบ เติมความสมบูรณ์แบบของข้าวแช่มื้อนี้ด้วยกระชายสดแนมลูกกะปิ ได้อรรถรสความสดชื่นในช่วงฤดูร้อนนี้ได้เป็นอย่างดี

ภูมิปัญญาของคนโบราณจะทานกระชายสดแนมข้าวแช่ เพราะเมื่อรับประทานข้าวแช่ จะทำให้เกิดลมในท้องมาก จึงใช้กระชายช่วยขับลม

การรับประทานข้าวแช่ที่ถูกธรรมเนียม คนโบราณจะตักกับข้าวเข้าปาก แล้วจึงตักข้าวแช่ทานตาม จะไม่เอากับข้าวแช่ทั้งมวลใส่ลงในชามข้าว เพราะกับข้าวแช่เป็นเครื่องทอดเป็นส่วนใหญ่ ถ้าตักใส่ชามแบบทานข้าวต้มกุ๊ย ก็จะทำให้น้ำมันลอยหน้าชามข้าวเมื่อเจอกับน้ำเย็น ทำให้ไม่น่าทาน

รักษ์วิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปีนี้ ดอยคำเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ใส่สำรับ “ข้าวแช่” ด้วยกล่องกระดาษรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แทนการใช้ถาดพลาสติกเพื่อลดการใช้พลาสติกตามแนวคิด “ดอยคำ วิถีสีเขียว” ที่มุ่งเน้นปรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ข้าวแช่ดอยคำ ราคาชุดละ 500 บาท

สนใจสั่งซื้อ ติดต่อ คุณโจ้ โทร. 063 905 5940 หรือ คุณนุ้ย โทร. 065 940 2461

�รอบการจัดส่ง (ราคาค่าจัดส่งคิดตามระยะทาง หรือสามารถมารับที่ร้านดอยคำ สาขาราชเทวี)
• รอบ 7 เมษายน 2565 ปิดรับออเดอร์ 6 เมษายน 2565 เวลา 16.00 น.
• 25 เมษายน 2565 ปิดรับออเดอร์ 24 เมษายน 2565 เวลา 16.00 น.
• 28 เมษายน 2565 ปิดรับออเดอร์ 27 เมษายน 2565 เวลา 16.00 น.
• 27 พฤษภาคม 2565 ปิดรับออเดอร์ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 16.00 น.

#ดอยคำ #ข้าวแช่ดอยคำสำรับไทยอย่างรักษ์โลก

โรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่งของดอยคำ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร-บำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ 2 เม.ย. 2565

โรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่งของดอยคำ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร-บำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ 2 เม.ย. 2565

ดอยคำ (สำนักงานใหญ่) ทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ 2 เม.ย.2565

ดอยคำ (สำนักงานใหญ่) ทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ 2 เม.ย.2565

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 66 พรรษา วันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2565

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด โดย นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ ร้านดอยคำ สาขาราชเทวี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

น้ำจิ้มบ๊วยดอยคำ ทำเพื่อโลก

น้ำจิ้มบ๊วยดอยคำ ทำเพื่อโลก

ผลิตภัณฑ์จากดอยคำ นอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยังช่วยดูแลโลกด้วยนะ !

อย่างผลิตภัณฑ์ น้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย (Sweet and Sour Plum Sauce) ของดอยคำ ที่นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By product) จากโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จังหวัดเชียงใหม่
เป็นไอเดีย Upcycling Food ที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ช่วยโลก ที่สามารถช่วยโลกได้จริงๆ

จากการชุบชีวิตวัตถุดิบส่วนที่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นความเสียเปล่าของทรัพยากร ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่า เป็นสินค้าผลพลอยได้จากการหมุนเวียนทรัพยากรในกระบวนการผลิต

ที่สำคัญยังเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโรคร้อน ด้วยการผลิตที่ตั้งใจให้ขยะเป็นศูนย์ หรือ ZERO WASTE นั่นเอง

สำหรับ วัตถุดิบอย่าง “บ๊วย” นั้น เป็นผลไม้ธรรมชาติในฤดูกาล ผลผลิตจากการส่งเสริมเกษตรกรชาวเขา ในพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ถูกส่งมาให้ดอยคำนำมาแปรรูปเป็นบ๊วยหวานอบนุ่ม โดยน้ำเชื่อมที่ไม่ได้ถูกใช้ ดอยคำนำมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง น้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย (Sweet and Sour Plum Sauce) ซึ่งเป็นแนวคิดของการใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารให้คุ้มค่าที่สุด เหลือขยะน้อยที่สุด นำมาบรรจุในขวดแก้วใส ใส่เนื้อบ๊วยเพิ่มลงไปด้วยนะ เพื่อเพิ่มรสสัมผัส ส่งถึงผู้บริโภคได้ลิ้มลองกัน ที่ ร้านดอยคำทุกสาขา

ไม่ทางใดทางหนึ่ง ที่สามารถช่วยโลกได้ ดอยคำพร้อมเดินหน้าทำเพื่อโลกเสมอ เพราะเราพร้อมเดินหน้าไปสู่การเป็นองค์กรวิถีสีเขียว (Living Green) และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรในการผลิตอย่างคุ้มค่า เพื่อนำมาเพิ่มมูลค่าและใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

และคุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกใบนี้ได้เช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก : สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

“The Mountain” ชั้นวางสินค้าจากกล่องน้ำผลไม้ดอยคำ ในโครงการ Upcycling Upstyling #2

“The Mountain” ชั้นวางสินค้าจากกล่องน้ำผลไม้ดอยคำ ในโครงการ Upcycling Upstyling #2

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เข้าร่วมโครงการ “Upcycling Upstyling #2” รังสรรค์ผลงานรักษ์โลกจากกล่องน้ำผลไม้ยูเอชทีดอยคำ ที่มีชื่อว่า “The Mountain” ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Home & Decoration ร่วมกับ บริษัท ปาร์ตี้สเปซดีไซน์เอสซี จำกัด (P.S.D) และ บริษัท แอดวานซ์แมท จำกัด ที่จัดขึ้นโดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC

“The Mountain” ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์มาจากชื่อแบรนด์ “ดอยคำ” คำว่า “ดอย” ทำให้มีแนวคิดเป็นภาพสามเหลี่ยม ที่มีความรู้สึกเหมือนภูเขา ผลงานที่ออกมาจึงเป็นชั้นวางสินค้าทรงสามเหลี่ยม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล เป็น Linear Low Density Polyethylene หรือ พอลิเอทิลีน (polyethylene) เรียกย่อว่า LLDPE เกิดจากกระบวนการแยกชั้นกระดาษออก เหลือแค่ชั้นโลหะ (อลูมิเนียมฟอยล์) และชั้นของอโลหะ (พลาสติก) ผสมรวมกัน จากนั้นนำมาขึ้นรูปชิ้นงานโดยการทำร่องด้วยเครื่องกลึง (Computer Numerical Control) ทำให้เกิดเป็นชั้นวางสินค้าที่มีร่องสวยงาม
ผลงานรักษ์โลกจากดอยคำ “The Mountain” ปัจจุบันได้นำมาใช้วางสินค้า ที่ บูธดอยคำ เซ็นทรัลวิลเลจ บริเวณประตู G ล็อก M114 สามารถชมได้ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.00 – 20.00 น. และเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น.

สำหรับ โครงการ “Upcycling Upstyling #2” เป็นการนำขยะพลาสติกต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ ECO-Design เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติกให้หลากหลาย ผ่านงานออกแบบ มุ่งให้เกิดการยกระดับสินค้า Upcycling ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ขยายโอกาสทางธุรกิจและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ดอยคำ” พร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกและนำกลับมาใช้ได้จริง ด้วยดำเนินงานแบบวิถีสีเขียว (Living Green)

DOIKHAM TRIO SAUCE x 4 RESTAURANTS คู่หูทุกมื้อเมนูอร่อยกับซอสดอยคำ กลมกล่อม ลงตัวทุกจาน

DOIKHAM TRIO SAUCE x 4 RESTAURANTS คู่หูทุกมื้อเมนูอร่อยกับซอสดอยคำ กลมกล่อม ลงตัวทุกจาน

“ดอยคำ” ร่วมมือกับ 4 ร้านอาหารชั้นนำ ได้แก่  “On The Table” ร้านอาหารฟิวชันหลากหลายสไตล์ ใส่ใจสุขภาพ “บ้านหญิง” ร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่” ร้านอาหารเช้าสุดคลาสสิกพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น และ “Omu” ร้านข้าวห่อไข่สุดละมุนเอกลักษณ์ในสไตล์ญี่ปุ่น  ครั้งนี้ ดอยคำเลือกนำผลิตภัณฑ์ซอส 3 สูตร 3 สไตล์ มาแนะนำให้ทุกคนได้ลิ้มลอง ผ่านการเสิร์ฟคู่กับเมนูขายดี Signature ของแต่ละร้านดัง เหล่านักชิมสามารถเลือกเพิ่มอรรถรสได้ในแต่ละเมนูได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น รสเผ็ดหวานกำลังดี จากซอสพริกสูตรเผ็ดน้อย ผลิตจากพริกชี้ฟ้าคุณภาพดี หรือเพิ่มความอร่อย เข้มข้นกลมกล่อม จากซอสมะเขือเทศ เต็มเนื้อมะเขือเทศมากถึง 77% และสำหรับสายรักสุขภาพ ยังมีซอสมะเขือเทศ สูตรโซเดียมต่ำ จากการคัดสรรมะเขือเทศที่ระดับความสุก 70% ทำให้ได้ปริมาณโซเดียมต่ำตามธรรมชาติ รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบจากเกษตรกรไทย

“ส้ม” ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด

“ส้ม” ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด

หลังจาก NGO พบสารตกค้าง ภายในส้มทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลใจในการรับประทานส้ม โดยทางสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย อธิบายว่า การที่ทาง NGO พบสารตกค้างในส้มมีดังนี้ :~

วิเคราะห์หาสารตกค้างในผลไม้ ต้องวิเคราะห์ตัวเนื้อและเปลือก โดยไม่ล้างผลไม้
กรมวิชาการเกษตร เคยทำการทดลองวิเคราะห์ส้มเขียวหวานและส้มโอ แยกเนื้อและเปลือก พบว่า สารตกค้างอยู่แค่ในเปลือกส้มเท่านั้น
ค่าสารตกค้างที่เกินมาตรฐาน MRLs หรือ Maximum Residue Limits ไม่ใช่ค่ามาตรฐานความปลอดภัย เป็นเพียงค่ามาตรฐานทางการค้าเท่านั้น
ค่า ADI (Acceptable Daily Intake) เป็นค่าความปลอดภัยที่บอกเราว่า ในแต่ละวัน ร่างกายมนุษย์สามารถรับสารนั้นเข้าสู่ร่างกายทางปากได้ทุกวันอย่างปลอดภัยจนตลอดอายุขัย ในปริมาณเท่าไหร่ มีหน่วยเป็น มิลลิกรัมของสาร / กิโลกรัมน้ำหนักตัวผู้บริโภค / วัน ซึ่ง ค่า ADI ต้องใช้ค่าเฉพาะอื่น มาประกอบด้วย คือ น้ำหนักตัว (body weight) ของผู้บริโภค และ ปริมาณส้มที่คนๆนั้นสามารถบริโภคได้ต่อวัน ยกตัวอย่างเช่น ค่า ADI ของพาราควอต (เป็นสารกำจัดวัชพืช) มีค่าเท่ากับ 0.005 มิลลิกรัม / น้ำหนักตัวของผู้บริโภค / วัน แสดงว่า คนน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม สามารถรับพาราควอตเข้าสู่ร่างกายได้อย่างปลอดภัยวันละ = 005 x 60 = 0.3 มิลลิกรัม

หากจะรับประทานส้มที่มีค่า ADI ดังกล่าว เกินค่าความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคที่มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 60 กิโลกรัม จะต้องรับประทานส้มทั้งเปลือก วันละ 15 กิโลกรัมต่อเนื่องไปจนหมดอายุขัย จึงจะเกิดอันตราย แต่หากรับประทานโดยการปอกเปลือกส้มออกก่อน จะทำให้ได้รับสารตกค้างภายในร่างกายน้อยลงกว่ารับประทานทั้งเปลือก

ขอบคุณที่มา : สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย