โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๓ (เต่างอย)

ตั้งอยู่ที่ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ โดยถือกำเนิดขึ้น ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประทับอยู่ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร และเสด็จไปยังหมู่บ้านนางอย ~ โพนปลาโหล กิ่งอำเภอเต่างอย เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๓ ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นของราษฎร จึงมีพระราชดำริให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ และศาสตราจารย์ อมร ภูมิรัตน เข้าดำเนินการ โดยมีพระราชดำริเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนา ดังนี้

๑. ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
๒. ส่งเสริมให้มีรายได้
๓. หลังจากพัฒนาแล้ว ชาวบ้านสามารถรักษาสภาพความเป็นอยู่และพัฒนาต่อไปได้ด้วยตนเอง

เมื่อเริ่มโครงการพัฒนาได้สำรวจพบว่า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นอย่างมาก ขาดแคลนอาหารและน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค อีกทั้งพื้นที่บริเวณดังกล่าวยังถูกรบกวนโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย รัฐบาลไทยจึงได้จัดให้เป็นพื้นที่สีแดง และยังพบหมู่บ้านที่ยากจนเช่นกันอีกจำนวน ๓ หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านห้วยหวด หมู่บ้านกวนบุ่น และหมู่บ้านโคกกลาง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ รับหมู่บ้านดังกล่าวให้อยู่ในโครงการเพิ่มเติมจากหมู่บ้านนางอย โพนปลาโหล

จากโครงการตามพระราชดำริดังกล่าว จึงมีการจัดตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปขึ้น โดยนำเอาแนวคิดมาจากการพัฒนาในพื้นที่ภาคเหนือ คือ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๑ (ฝาง) กับโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๒ (แม่จัน) มาเป็นต้นแบบ

ซึ่งโรงงานหลวงฯ แห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๕  ถือเป็นโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปแห่งที่ ๓  โดยเริ่มดำเนินการผลิตน้ำมะเขือเทศเข้มข้นเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกของโรงงาน  และพัฒนาอาชีพ และเสริมรายได้ของราษฎรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้ยั่งยืน  ด้วยการปลูกมะเขือเทศ และส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตมะเขือเทศ ในเขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งนี้ ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โรงงานหลวงฯ ที่ ๓ (เต่างอย) ถือเป็นโรงงานหลวงแห่งแรกในลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อแปรรูปมะเขือเทศ รวมถึงนำร่องให้เกิดโรงงานแปรรูปผลผลิตมะเขือเทศ และการส่งเสริมการปลูกมะเขือเทศของภาคเอกชนตามมาอย่างมากมาย ซึ่งมีพื้นที่ส่งเสริมการปลูกมะเขือเทศที่มากถึง ๒๓,๐๐๐ ไร่ในปัจจุบัน จนกระทั่ง มีคำกล่าวเรียกพื้นที่ตลอดฝั่งแม่น้ำโขงว่า “เส้นทางสายมะเขือเทศ” (Tomato Belt) ต่อมาจึงได้มีการส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดฝักอ่อน และแปรรูปสินค้าเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

ในด้านการพัฒนาชุมชนที่ดำเนินการควบคู่ไปนั้น ได้มีการสร้างศูนย์โภชนาการเด็ก เพื่อลดสภาพการขาดสารอาหารในเด็ก นอกจากนั้นยังมีการสร้างสถานีอนามัย การจัดทำธนาคารข้าว การบูรณปฏิสังขรณ์วัด การขุดบ่อน้ำบาดาล การจัดหาถังเก็บน้ำฝน และงานสุขาภิบาลชุมชน ในด้านการพัฒนาอาชีพนั้น ส่งเสริมให้มีการปลูกมะเขือเทศ ข้าวโพดฝักอ่อน ไผ่ตง และมะละกอ โดยโรงงานหลวงฯ แห่งนี้ รับซื้อผลผลิตส่วนใหญ่จากเกษตรกรในพื้นที่กิ่งอำเภอเต่างอย กิ่งอำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอกุดบาก และอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร และได้ขยายตลาดการรับซื้อไปถึงจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดหนองคาย

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓  เครื่องจักรผลิตหลักของโรงงานหลวงฯ ได้ชำรุดทรุดโทรม ตามอายุการใช้งาน คณะผู้บริหารจึงทูลเกล้าฯ ถวายรายงานแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  จึงมีพระราชดำริให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ทำการปรับปรุงโรงงานหลวงฯ แห่งนี้ โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิต และเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสำเร็จรูปประเภทต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี และเครื่องจักรที่ทันสมัย ตามมาตรฐานโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูประดับสากลและเริ่มดำเนินการผลิตอีกครั้งในเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ปัจจุบัน โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๓ (เต่างอย)  เป็นโรงงานหลักที่เป็นกำลังสำคัญในการผลิต
ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “ดอยคำ” โดยมีสายการผลิตสำคัญ ได้แก่
สายการผลิตมะเขือเทศเข้มข้น ผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง และข้าวกล้องบรรจุถุง

เกษตรเพื่อชุมชน ผลิตผลเพื่อคนไทย